Welcome to Blog ห้องสมุดความรู้ หากท่านถูกใจ ฝากกดแชร์( Like) (G+) (Tweet) ด้วยนะครับ เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานและผู้จัด ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม สุขภาพแข็งแรง ร่ำรวย ทุกๆท่าน

SWOT วิเคราะห์จุดอ่อน-จุดแข็ง

SWOT วิเคราะห์จุดอ่อน-จุดแข็ง




SWOT


S = STRENGTH
หมายถึง จุดแข็ง


W= WEAKNESS
หมายถึง จุดอ่อน



O= OPPORTUNITY
หมายถึง โอกาศ


T= THREAT
หมายถึง อุปสรรค์



การวิเคราะห์ SWOT ANALYSIS นั้น จะต้องวิเคราะห์อยู่บนพื้นฐาน 2 อย่าง คือ
space
1. BALK GROUD ของตัวผู้ประกอบการเอง
ว่ามีประสบการณ์อย่างไร มีจุดแข็งอย่างไรในตัวของคุณเอง
เช่น มีจุดเด่น ที่พูดคุย เป็นมิตรกับทุกคน
หรือชอบทำงาน GRAPHIC ได้ดี และเด่นกว่าคนอื่น
หรือ บุคคลิกดีสวยสะดุดตากว่าคนอื่น เป็นต้น




2. จุดเด่นจุดด้อยอันเกิดจากลักษณะของธุรกิจเอง โดยผมจะวิเคราะห์ ให้ดูอีกสักหนึ่ง CASE เพิ่ม เป็นกรณีศึกษา


การวิเคราะห์สถานการณ์ (SWOT ANALYSIS)
ตัวอย่างธุรกิจร้านงานด่วนในห้างสรรพสินค้า
space

 

จุดเด่น จุดแข็ง

1. เป็นธุกิจที่ลงทุนไม่มากคืนทุนได้เร็ว
2. กำไร 300-1500% นับว่าสูงมาก
3. เรียนรู้ได้ง่ายไม่ซับซ้อนจนเกินไป
แต่ผู้ประกอบการจะต้องชอบการทำงานกับคอมพิวเตอร์ ประเภทกราฟฟิก
4. จุดเด่นหลัก คือ ความเร็ว ลูกค้าสามารถรอรับได้เลย
5. ห้างสรรพสินค้ามีคนเดินมาก โอกาศได้งานมีสูง
6. เครื่องหนึ่งอย่างสามารถรับงานได้หลายประเภท
ทำให้เกิดงาน ประยุกต์ หลากหลายขึ้น โดยลงทุนเท่าเดิม
7. มีโปรแกรมลิขสิทธิ์ให้ใช้ควบคู่กับเครือของเรา


จุดอ่อน
1. ปัจจุบันมีความจริงจังเรื่องโปรแกรม ลิขสิทธ์มากขึ้น การใช้โปแกรมดีๆ
แต่ไม่ถูกต้องตามลิขสิทธ์ บางครั้งอาจเกิดปัญหาการถูกจับละเมิดได้
เช่น CORELDORAW, PHOTOSHOP,WINDOW
และโปรแกรมแท้ยังมีราคาสูงอยู่
2. เปิดร้านเริ่มต้นยังไม่มีลูกค้าประจำ จะต้องใช้กลยุทธมากขึ้น
เช่น วิธีการโปรโมทร้านค้า,เว็บบอร์ด,โปรเตอร์ในลิฟท์,ใบปลิว เป็นต้น
รอ 3-6 เดือน จะเริ่มมีลูกค้าประจำ
ในช่วงเริ่มต้นต้องคิดหาวิธี ทำการตลาดเชิงรุก เข้าไปด้วย
3. ค่าเช่าสูง และต้องมีค่ามัดจำด้วย ทำให้ลงทุนมากขึ้น
แก้ไขด้วยการ พูดคุยต่อรอง กับฝ่ายขายพื้นที่ หรือขอผ่อนผัน


โอกาส
1. ไม่มีร้านค้าประเภทเดียวกันในห้างที่คุณจะตั้งอยู่ ร้านค้าคู่แข่งอยู่นอกห้าง
ซึ่ง พฤติกรรมของคนในจังหวัดที่คุณอยู่นั้น คนชอบเดินเล่นในห้าง
2. ร้านค้าคู่แข่ง ไม่ได้บริหารงานด้วยตัวเจ้าของร้านเอง ร้านเก่า ทรุดโทรม
ขาดความน่าเชื่อถือ จุดนี้ เราสามารถ แข่งขันได้ อย่างแน่นอน เป็นต้น
3. ราคาขายของร้านคู่แข่งสูงมาก และเจ้าของร้านไม่ค่อยรับแขก
เพราะเปิดมานานแล้ว คิดว่ามีลูกค้าประจำ แต่ลูกค้าอาจหลุดมาร้านเราก็ได้
4. เราใช้เทคโนโลยีล่าสุดทำให้ง่ายต่อการแบ่งปัน คุณภาพดีกว่าแน่นอน
และต้นทุนก็น่าจะต่ำกว่าด้วยเช่นกัน





อุปสรรค์
1. เป็นธุรกิจที่ลงทุนไม่มาก อาจมีคู่แข่งเกิดขึ้นภายหลังได้
ดังนั้นจึงต้องคิดให้ แตกต่างอยู่เสมอ
2. พื้นที่เช่าในห้างมีการแข่งขันสูง ทำให้หาพื้นที่สวยๆยากขึ้น
หรือ อาจได้ในราคาสูงเกินไป


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ตัวอย่างธุรกิจน้ำพริกสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน
การวิเคราะห์สถานการณ์ (SWOT Analysis)



จุดแข็ง

1. ผู้บริหารมีความรู้ และสูตรในการผลิตน้ำพริกเป็นอย่างดี และดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับน้ำพริกมาเป็นเวลายาวนาน
2. มีช่องทางการจัดจำหน่ายที่แน่นอน โดยทำสัญญาส่งเป็นรายเดือนกับบริษัทตัวแทนจำหน่าย
3. ได้รับเครื่องหมายรับรองคุณภาพสินค้าจากองค์กรอาหารและยา ตั้งแต่ปีแรกที่เริ่มดำเนินการ
4. มีต้นทุนการผลิตต่ำ ทำให้สามารถตั้งราคาขายได้ถูกกว่าคู่แข่งระดับเดียวกันในตลาด
5. กิจการตั้งอยู่ใกล้แห่งวัตถุดิบที่จำเป็นในการผลิตน้ำพริก ทำให้มีต้นทุนในการขนส่งด้านวัตถุดิบที่ต่ำ
รวมทั้งไม่จำเป็นต้องสำรองวัตถุดิบไว้มาก
6. เงินลงทุนเริ่มแรก เป็นเงินลงทุนของผู้ก่อตั้งเองทั้งหมด ทำให้กิจการไม่มีปัญหาภาระหนี้สิน


จุดอ่อน

1. ตราสินค้าของกิจการยังไม่เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคมากนัก เนื่องจากยังไม่มีการโฆษณาและประชาสัมพันธ์
ตราสินค้าให้ผู้บริโภครับรู้เท่าที่ควร
2. กิจการมีการดำเนินการในลักษณะ Labor Intensive ทำให้การเพิ่มกำลังแรงงาน และกำลังการผลิต
เป็นได้ยาก
3. พนักงานส่วนใหญ่เป็นพนักงานระดับแรงงาน ทำให้การพัฒนาทักษะฝีมือต้องใช้เวลามาก
4. สถานที่ผลิตสินค้าอยู่ในเขตที่พักอาศัยของชุมชน ทำให้เกิดข้อจำกัดในด้านการขยายกำลังการผลิต

โอกาส

1. น้ำพริกเป็นอาหารที่อยู่คู่กับคนไทยมานาน และเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมาโดยตลอด
ทำให้สินค้าสามารถขายได้อย่างสม่ำเสมอ
2. รัฐบาลมีนโยบายในการที่จะส่งเสริมธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กอย่างจริงจัง ทำให้เป็นโอกาสในการ
ขยายการผลิต

อุปสรรค

1. เป็นอุตสาหกรรมที่ลงทุนไม่มาก ทำให้มีคู่แข่งในตลาดจำนวนมาก
2. สินค้าเลียนแบบได้ง่าย ทำให้กิจการจำเป็นต้องสร้างความแตกต่าง
รวมทั้งสร้างการรับรู้ในตราสินค้า ให้กับกับผู้บริโภค
3. สูตรและฝีมือการทำน้ำพริกของผู้ผลิตแต่ละรายไม่แตกต่างกันมาก
ทำให้ผู้บริโภคแยกความแตกต่างของสินค้าได้ยาก
4. น้ำพริกเป็นสินค้าที่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบตามธรรมชาติเป็นหลัก
ดังนั้นทำให้มีความเสี่ยงในเรื่องของผลผลิตขาดตลาด
หรือความผันผวนของราคาวัตถุดิบ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


ตัวอย่างธุรกิจน้ำยาปรับผ้านุ่ม
การวิเคราะห์สถานการณ์ ( SWOT Analysis )

จุดแข็ง (Strength)
• ผู้บริหารมีความรู้ด้านการผลิตเป็นอย่างดี ซึ่งจะช่วยให้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมากขึ้น
• ที่ตั้งของกิจการอยู่ใกล้แหล่งชุมชน จึงสามารถกระจายสินค้าไปยังแหล่งต่างๆ ได้สะดวก
• ขั้นตอนการผลิตไม่ซับซ้อน ไม่ต้องใช้พนักงานที่มีประสบการณ์สูง ทำให้มีต้นทุนการผลิตต่ำ
• สินค้าราคาถูก

จุดอ่อน (Weakness)
• ลักษณะการบรรจุผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นสินค้าประเภทอุปโภคบริโภคมีลักษณะคล้ายคลึงกับบรรจุภัณฑ์
ของผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรอื่น เช่น ปุ๋ยเคมี ทำให้ขาดรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์
• ผลิตภัณฑ์ของกิจการ ยังไม่เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคมาก ดังนั้นจึงสามารถจำหน่ายได้เฉพาะในเขตจังหวัด
ใกล้เคียงและเฉพาะตลาดล่างเท่านั้น
• กิจการขาดระบบจัดการ และระบบบัญชีการเงินที่เป็นมาตรฐาน ทำให้ขาดข้อมูลแสดงสถานะการผลิต
และการเงินที่ช่วยพิจารณาตัดสินใจด้านการจัดการได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

โอกาส (Opportunity)
• ยังไม่มีผู้ประกอบการที่ผลิตผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกันในเขตพื้นที่ อ.เมือง จึงไม่มีปัญหาการแข่งขัน
• การขยายตัวทางเศรษฐกิจที่จะเพิ่มขึ้นในปี 2546 ทำให้อัตราการเติบโตในภาคการผลิตและบริโภค
เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อการเติบโตของตลาดน้ำยาปรับผ้านุ่มด้วย


อุปสรรค (Threat)
• มีผู้ผลิตรายใหญ่ๆ หลายราย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นบริษัทข้ามชาติ
ผู้ผลิตเหล่านี้มีกำลังในการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์มาก
ซึ่งจะช่วยทำให้สินค้าของคู่แข่งเป็นที่รู้จักและมีภาพลักษณ์ที่ดี
• สภาวะการแข่งขันนอกเขต อ. เมือง จ. สระบุรีและพื้นที่
จังหวัดใกล้เคียงค่อนข้างรุนแรงโดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ
ทำให้ยากต่อการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายของกิจการได้
ในอนาคต




- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -




ตัวอย่างธุรกิจโรงพิมพ์
การวิเคราะห์สถานการณ์ (SWOT Analysis) ของโรงพิมพ์ อินเฮ้าส์


โอกาส
1. รัฐบางส่งเสริมธุรกิจเอสเอ็มอีและเน้น
กิจกรรมการประชาสัมพันธ์
2. เศรษฐกิจขยายตัว

อุปสรรค
1. ตลาดในจังหวัดค่อนข้างเล็ก
2. เทคโนโลยีการพิมพ์ในจังหวัดพัฒนาช้า

จุดแข็ง
1. ให้บริการงานพิมพ์มานานกว่า 20 ปี
2. มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั่วจังหวัด
3. ราคาย่อมเยาและมีลูกค้าประจำ

จุดอ่อน
1. มีเงินทุนจำกัด
2. เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็ว
3. บุคลากรมีความรู้จำกัด



- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -




ตัวอย่างธุรกิจฟาร์มสุกร
การวิเคราะห์สถานการณ์ (SWOT Analysis)

การวิเคราะห์ด้านจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคของโครงการฟาร์มสุกรพันธุ์ในลักษณะรับจ้างเลี้ยงจากบริษัท โดยวิเคราะห์สถานการณ์ต่าง ๆ ประกอบมีดังนี้

จุดแข็ง
1. ไม่ต้องลงทุนด้านพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ อาหาร ยา และค่ารักษาจากสัตวบาล สัตวแพทย์
และค่าออกแบบผังโรงงาน
2. สินค้ามีคุณภาพตามมาตรฐานการเลี้ยงแน่นอน เพราะขั้นตอนต่าง ๆ กำหนดโดยผู้เชี่ยวชาญของบริษัท
3. มีตลาดแน่นอน

จุดอ่อน
1. ต้องใช้เงินลงทุนสูงในการก่อสร้างโรงเรือนแบบมาตรฐาน


โอกาส
1. ปริมาณความต้องการบริโภคสุกรยังมีสูงกว่าความสามารถ
ในการผลิตสุกรทั่วประเทศ

อุปสรรค
1. กระแสการบริโภคอาหารมังสวิรัต และชีวจิต อาจทำให้
ความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์ลดลงไปบ้าง

ตัวอย่างธุรกิจโรงน้ำแข็ง
การวิเคราะห์สถานการณ์ (SWOT Analysis)

จุดแข็งของกิจการ :
1. มีบริการเสริมที่หลากหลายให้กับลูกค้า เช่น ให้บริการถังเก็บน้ำแข็ง
2. น้ำแข็งมีความใส สะอาด และถูกสุขลักษณะอนามัย มากกว่าผู้ผลิตรายอื่น
3. มีแหล่งน้ำดิบที่ดี ทำให้ขั้นตอนการผลิตไม่ยุ่งยากซับซ้อน

จุดอ่อนของกิจการ :
1. ขาดแคลนแรงงาน
2.ใช้กำลังการผลิตยังไม่เต็มที่


โอกาส :
1. อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นทำให้อากาศร้อนเพิ่มขึ้นทุกปี
2. จังหวัดเพชรบูรณ์เป็นเมืองท่องเที่ยว จึงมีนักท่องเที่ยว
เข้ามาเที่ยว ซื้อหาสินค้าบริโภค อุปโภคอยู่เสมอ
น้ำแข็งก็เป็นสินค้าที่ขายดีในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวเช่นกัน

อุปสรรค :
1. การแข่งขันเริ่มรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะมีการตัดราคาสินค้า
2. ไฟฟ้าซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตหลักเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


งานประชาสัมพันธ์


การวางแผนเชิงกลยุทธ์นั้น เป็นการวางแผนที่มีการกำหนดวิสัยทัศน์ มีการกำหนดเป้าหมายระยะยาวที่แน่ชัด มีการวิเคราะห์อนาคตและคิดเชิงการแข่งขัน ที่ต้องการระบบการทำงานที่มีความสามารถในการปรับตัวสูง สำหรับการทำงานในสิ่งแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ต้องการระบบการทำงานที่คล่องตัว ต้องการดำเนินงานมีประสิทธิภาพสูงในการนำสู่เป้าหมายในอนาคต สามารถเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต เพื่อความอยู่รอด (Survive)และความก้าวหน้า(Growth)ขององค์การของหน่วยงานของตนในอนาคตการวาง แผนกลยุทธ์หรือการวางแผนเชิงกลยุทธ์นี้มีส่วนเป็นอย่างมากต่อการสร้างความ เป็นผู้นำ (Leadership) หรือในการสร้างภาพลักษณ์ (Image) ที่แสดงถึงจุดเด่นของหน่วยงาน ขององค์กรในการวางแผนกลยุทธ์นั้น จะมีการกำหนดเป้าหมายรวมขององค์กร สำหรับการดำเนินในอนาคต ที่เรียกว่า วิสัยทัศน์ มีการคิดในเชิงรุก มุ่งเอาดี เอาเด่น เอาก้าวหน้า ก้าวไกล มุ่งเอาชนะ เอาความยิ่งใหญ่ เน้นคุณภาพ เอาความเป็นเลิศ

ในส่วนงานประชาสัมพันธ์มุ่งมองการณ์ไกล มีวิสัยทัศน์ คิดกว้าง มองไปข้างหน้าและวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมในอนาคต รู้จุดอ่อน จุดแข็งและสถานการณ์ขององค์กร รู้ที่จะเลือกแล้วมุ่งพยายามสู่โอกาสนั้น

การวางแผนเชิงกลยุทธ์ งานประชาสัมพันธ์จะเน้นความสามารถในการคาดคะเนสภาพในอนาคต การคิดไปในอนาคตของหน่วยงาน สู่จุดหมายที่ต้องการ เพื่อเตรียมเผชิญกับการแข่งขันหรือการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เน้นถึงความสามารถในการปรับตัวขององค์กร เพื่อนำองค์กรไปสู่จุดหมายตาม

ที่ต้องการ SWOTAnalysis/วิเคราะห์“สวอท”/การวิเคราะห์จุดอ่อน-จุดแข็ง การวางแผนเชิงกลยุทธ์ ในส่วนของงานประชาสัมพันธ์ จะเน้นความสามารถในการคาดคะเนสภาพในอนาคต การคิดไปในอนาคต เพื่อจะได้กำหนดหนทางหรือกลยุทธ์การทำงานในอนาคตของหน่วยงาน สู่จุดหมาย
ที่ต้องการ เพื่อเตรียมเผชิญกับการแข่งขันหรือเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น เน้นถึงความสามารถในการปรับตัวขององค์กร เพื่อนำองค์การไปสู่จุด
หมายที่ต้องการการวางแผนกลยุทธ์งานประชาสัมพันธ์ เป็นการวางแผนเพื่อนำองค์กรไปสู่ภาพลักษณ์ใหม่ ก้าวสู่วิสัยทัศน์ที่ต้องการในอนาคต การวางแผนกลยุทธ์งานประชาสัมพันธ์จึงเป็นการวางแผนในภาพรวมขององค์กรทุก กลยุทธ์ที่กำหนดขึ้นเป็นปัจจัยที่ชี้อนาคตขององค์กร

โครงสร้างของแผนกลยุทธ์ การวางแผนกลยุทธ์งานประชาสัมพันธ์ประกอบด้วยขั้นตอนดังนี้ 

- การวิเคราะห์ภารกิจหรือพันธกิจ (Mission Analysis)
- การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอนาคต (Environmental Analysis)
- การวิเคราะห์องค์การ (SWOT หรือ Situation Analysis)
- การกำหนดวิสัยทัศน์ (Vision) 
- การค้นหาอุปสรรคและปัญหาในการดำเนินงาน (Obstacles)
- การกำหนดกลยุทธ์ (Strategy Decision)
- การกำหนดนโยบาย (Policy Decision)
- การกำหนดกิจกรรม (Activity) สำคัญตามกลยุทธ์และนโยบาย 
- การจัดทำเป็นแผนกลยุทธ์ (Strategic Planning)

การวิเคราะห์ สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกองค์กร (SWOT) แนวทางในการพัฒนางานประชาสัมพันธ์ วิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดจากปัจจัยต่างๆ ได้แก่

- จุดแข็งหรือข้อได้เปรียบ
- จุดอ่อนหรือข้อเสียเปรียบ 
- โอกาสที่จะดำเนินการได้
- อุปสรรค หรือปัจจัยที่คุกคามการดำเนินงานขององค์กร

จุดแข็งหรือข้อได้เปรียบ

- การปฏิบัติงานของบุคลากร ทำงานเป็นทีม
- การปฏิบัติงานด้านข่าวสารเป็นไปในเชิงรุก
- ข้อมูลข่าวสารเป็นปัจจุบัน
- ติดตามข้อมูลข่าวสาร การบริหารงานของผู้บริหารอย่างใกล้ชิด
- การปฏิบัติงานของบุคลากรมีการทำงานลักษณะทำแทนกันได้ในทุกส่วนของงาน

จุดอ่อนหรือข้อเสียเปรียบ

- บุคลากรสายปฏิบัติงานมีน้อย
- งบประมาณในการดำเนินงานด้านต่าง ๆ มีอยู่อย่างจำกัด
- บุคลากรขาดการสนับสนุนด้านการฝึกอบรมในการพัฒนางานที่ทันสมัย
- การประชาสัมพันธ์เป็นไปเพียงเพื่องานเฉพาะเจาะจงไม่มุ่งเน้นการประชา สัมพันธ์เชิงรุกใน
ภาพรวมของมหาวิทยาลัย
- ขาดการประสานงานจากหน่วยงานอื่น ๆ ในกรณีประชาสัมพันธ์ข่าวสารสู่ภายนอก
(สาเหตุเกิดจากงบประมาณไปลงสู่หน่วยงานต่าง ๆ และเป็นการประชาสัมพันธ์งานของหน่วยงานด้วยตัวเอง)
- ระบบเทคโนโลยีด้านผลิตสื่อค่อนข้างล้าสมัย
โอกาสที่จะดำเนินการได้
- โอกาสที่จะดำเนินการประชาสัมพันธ์ข่าวสารภาพรวมของมหาวิทยาลัยไม่เกิดแก่สาย ตาของสังคมภายนอก
- โอกาสในการทำผลงานขององค์กรไม่ดีเท่าที่ควร
- โอกาสที่จะแสดงศักยภาพระหว่างองค์กรภายในมีน้อย
- บุคลากรในระดับปฏิบัติงานไม่กล้าแสดงตัวสู่สังคมภายในและภายนอกเพราะขาดความ น่าเชื่อถือในด้านการจัดการขององค์กร
อุปสรรค หรือปัจจัยที่คุกคามการดำเนินงานขององค์กร
- องค์กรขาดบุคลากรที่มีความสามารถด้านการประชาสัมพันธ์
- บุคลากรที่ปฏิบัติงานอยู่ขาดความน่าเชื่อถือในสายตาของมหาวิทยาลัย
- ขาดงบประมาณในการลงทุนดำเนินงานประชาสัมพันธ์ของงานประชาสัมพันธ์
สรุปการวิเคราะห์งานประชาสัมพันธ์
งานประชาสัมพันธ์เป็นงานที่มีความจำเป็นในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร กระบวนการจัดการ การบริหารงานและคุณภาพของมหาวิทยาลัย เพราะเป็นงานที่จะต้องสร้างความเข้าใจ ความชัดเจนและสื่อสารข้อความที่ถูกต้อง
งานประชาสัมพันธ์ในสายตาของบุคคลภายนอกดูเสมือนเป็นงานที่จะต้องรับผิดชอบ ภาพรวมทั้งหมด แต่ปัญหาที่มีผลกระทบงานประชาสัมพันธ์ก็คือการประชาสัมพันธ์แบบต่างคนต่าง ทำ(หน่วยงานแต่ละหน่วยงานทำกันเอง)
วัตถุประสงค์
วัตถุประสงค์ในการทำ สวอท [swot] คือ การทราบภาพรวมการปฏิบัติงานภาพรวมขององค์กร ไม่ว่าตัวบุคลากรก็ดี วิธีการปฏิบัติงานก็ดี 
การพัฒนาศักยภาพตัวบุคลากรก็ดี ปัญหาที่เกิดขึ้นในองค์กร วิธีการแก้ปัญหา การมองการณ์ไกลของบุคลากรในอนาคต การปรับตัวต่อสถานการณ์
ในปัจจุบันและในอนาคต

เป้าหมาย

เป้าหมายในการทำ สวอท [swot] คือ การทราบจุดอ่อนจุดแข็ง โอกาสและอุปสรรคของหน่วยงานเพื่อนำมาสร้างกลยุทธ์ในการปฏิบัติงานเพื่อให้ เกิดความชัดเจนในการปฏิบัติงาน การมุ่งการสัมฤทธิ์ผลในการปฏิบัติงานขององค์กรและตัวบุคลากรเอง เพื่อเป้าหมายหลักตามนโยบายของมหาวิทยาลัย

ตัวชี้วัด

(ด้านบุคลากร)
- ผลการปฏิบัติงานขององค์กรบรรลุเป้าหมายตามนโยบายของมหาวิทยาลัย
- งานที่ได้รับมอบหมายเสร็จทันเวลาและถูกต้อง
- เป็นงานที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ
(ด้านการบริหารจัดการภายใน)
- การเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์เครื่องมือในการปฏิบัติงาน
- ปัญหาการร้องเรียนไม่มี
- ภาระงานของบุคลากรแบ่งงานกันทำชัดเจน
- บุคลากรทำหน้าที่แทนกันได้
- ความเสี่ยงภายในไม่มี
(ด้านการบริการ)
- ความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ

การวัดผลและการประเมินผลงานงานประชาสัมพันธ์

ด้านบุคลากร มีการประชุมบุคลากรเพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงาน เพื่อนำเสนอสายบริหารในการปรับปรุงปัญหา
และอุปสรรคที่เกิดขึ้นการบริหารงาน เป็นการจัดระบบการทำงานเป็นทีม และมีความสามารถทำงานแทนกันได้
การบริการ มุ่งเน้นความพึงพอใจของผู้รับบริการและมุ่งปฏิบัติงานให้สัมฤทธิ์ผล ตามนโยบายของมหาวิทยาลัยในภาพรวม

ข้อเสนอแนะ

ในการบริหารงานของมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เป็นระบบการบริหารแบบกระจายอำนาจ เพื่อมุ่งเน้นการทำงานที่มีประสิทธิภาพและมีความรวดเร็วในการสั่งการและ ปฏิบัติงาน ฉะนั้นแล้วการเสนอแนะของงานประชาสัมพันธ์เป็นไปเพื่อประโยชน์การบริหารงาน เพื่อมุ่งเน้นความรวดเร็วในการปฏิบัติงาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สงสุดในการบริหารงานและมุ่งความสัมฤทธิ์ผล ของมหาวิทยาลัย
- สร้างความน่าเชื่อถือของบุคลากร โดยการมอบอำนาจในการปฏิบัติงาน
- การวางตัวบุคลากรในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อจะได้มีสายการบังคับบัญชาที่ชัดเจน
- เพิ่มบุคลกรให้สมกับงานประชาสัมพันธ์
- สร้างเสริมบุคลากรให้มีทักษะความรู้ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง
- อุดหนุนงบประมาณอย่างเพียงพอกับงานประชาสัมพันธ์
- แต่งตั้งบุคลากร การควบคุมการปฏิบัติงาน การบริหารและการจัดซื้อจัดจ้างของงานประชาสัมพันธ์
- ลดความเสี่ยงภายในของงานประชาสัมพันธ์


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทความแนะนำ