Welcome to Blog ห้องสมุดความรู้ หากท่านถูกใจ ฝากกดแชร์( Like) (G+) (Tweet) ด้วยนะครับ เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานและผู้จัด ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรง เฮงๆรวยๆ #4289

เทคนิคการทำเว็ปให้ติดอันดับ Search Engine

1. การทำ Search Engineการทำ Search Engine
ฟังเหมือนง่าย แต่ยากที่จะทำ แต่เป็นกลยุทธ์ที่จะทำให้คนเข้าเว็บไซต์ของเราได้เยอะที่สุดและดีที่สุด เพราะ 80% นั้นคนที่เข้าเว็บไซต์ของเรามาจาก Search Engine กันทั้งนั้น โดยการทำ เว็บไซต์ให้ Google รู้จักนั้น มีดังนี้
1.1 ใส่ Keyword ใน Title ของหน้าเว็บ
การใส่ keywords ใน title นี้จะช่วยทำให้ Search Engine ต่างๆ รู้ว่า เว็บเราทำเรื่องเกี่ยวกับอะไร มีผลกับการทำ adsense ด้วยนะ เพราะโฆษณาที่ปรากฏนี้จะอ่านจาก title นี้เป็นสำคัญทีเดียวตัวอย่างการใช้งาน :[title] keyword หลัก , keyword รอง , keyword อื่นๆ [/title] เป็นต้น
1.2 การใส่ Key Word ที่ต้องการในส่วนด้านบนของเว็บไซต์และการเน้นด้วยตัวหนาใส่ keywords ที่เราต้องการให้ระบบของ google จับไปว่า เว็บไซต์ของเราทำเรื่องเกี่ยวกับอะไรนั้น ก็ควรใส่ keywords นั้นๆ เป็นตัวหนา เป็น head1 head2 ยิ่งดีนะ เพราะ พวก search Engine ที่เข้ามาเก็บข้อมูลนั้นจะได้เข้ามาได้ง่ายๆ และรู้ว่า ทั้งเว็บนี้คือเรื่องอะไรตัวอย่างการใช้งาน : [H1] Keyword [/h1] หรือ [H2] Keyword [/H2]
ตัวอย่างการใช้งาน : [BODY][B] Keyword [/B][/BODY]
1.3 หลีกเลี่ยงการออกแบบเว็บไซต์ด้วย Flash หรือรูปภาพเยอะ
ไม่มีตัวหนังสือการทำเว็บไซต์ด้วยการมี flash หรือรูปภาพล้วนๆ นั้น Search Engine ต่างๆ เมื่อเข้ามาถึงเว็บไซต์เราแล้ว จะอ่านไม่ออกนะ ดังนั้น หลีกเลี่ยงการใช้ flash หรือรูปภาพ มีได้บ้างเล็กน้อย แต่อย่าทำทั้งเว็บ เพราะ Search engine มันอ่านได้แต่ตัวอักษรหรือ html ปกติเท่านั้น

คำสอนพ่อแม่

    คำสอนของพ่อแม่
พ่อแม่ไม่มี เงินทอง จะกองให้
  จงตั้งใจ พากเพียร เรียนหนังสือ
หาวิชา ความรู้ เป็นคู่มือ       
เพื่อยึดถือ เอาไว้ ใช้เลี้ยงกาย

เงิน เงิน เงิน

เงินหนอเงินเงินตราอย่าประมาท
ควรฉลาดหาเพิ่มเติมกระเป๋า
สิ่งจำเป็นซื้อหามาบรรเทา
ถ้ามัวเมาจ่ายมากจะยากจน

เงินหนอเงินเงินทองของบาดจิต
เงินสัมฤทธิ์เบิกบานประทานผล
อยากมีเงินทำงานหาญอดทน
เงินจะหล่นมาให้ในไม่ช้า

เงินหนอเงินเงินหรือคือพระเจ้า
คนโศกเศร้าขาดเงินดุ่มเดินหา
ถ้างานมีเงินงอกไม่หลอกตา
งานไม่มาเงินไม่มีพี่ไม่มอง

เงินหนอเงินหายากลำบากนัก
เงินอยู่หลักแหล่งไหนใครเจ้าของ
เป็นเศรษฐีมีเงินเทินก่ายกอง
ชัยฉลองยิ้มย่องดูผ่องผุด.

เงินหนอเงินเงินตราอย่าประมาท
เงินไม่ขาดยินดีเป็นที่สุด
เงินไม่มีหมองหม่นระทนทรุด
เดินตัวมุดมองเศร้าอับเฉาใจ

เงินหนอเงินเงินนี้มีค่านัก
พึงตระหนักคุณค่าอย่าหลงไหล
หามาด้วยลำแข้งอย่าแย่งใคร
เงินดลให้ชายหลงอนงค์รอ

เงินหนอเงินเงินหรือคือพระเจ้า
เงินของเขาอย่าเข้าไปเฝ้าขอ
เงินของเราเรามียินดีพอ
ไม่ต้องล่อเงินใครเดินไปเลย

เงินหนอเงินพอมีพี่รู้จัก
ใครหลงรักชอบเงินเชิญเขนย
ใครเห็นเงินตาโตโถไม่เคย
ใครเฉยเฉยมองเป็นจึงเห็นดี

เงินหนอเงินแลกเปลี่ยนเงินเวียนหมุน
เงินลงทุนค้าขายได้ทุกที่
เงินไปเที่ยวเดี๋ยวหามาอีกที
เงินเดี๋ยวหนีเดี๋ยวอยู่ไม่รู้นิ่ง

เงินหนอเงินเงินตราอย่าประมาท
คนวินาศเงินพนันพันสุงสิง
ควรรู้ค่าหายากลำบากจริง
เงินคือสิ่ง บรรดาล สำราญเอย.

วิธีบำรุงหน้าใส,พอกหน้าใส

หน้าใสด้วยแอปเปิ้ล

วิธีการบำรุงหน้าให้สวยใส อมชมพู ด้วยแอปเปิ้ล
นำแอปเปิ้ลปอกเปลือก แล้วคว้านเอาเฉพาะเนื้อมาปั่นรวมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ จากนั้นล้างหน้าตามปกติ จากนั้นเรานำเนื้อแอปปิ้ลที่ปั่นละเอียดที่ได้ทาให้ทั่วใบหน้าแล้วนวดเบาๆ
ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำเย็น นอกจากนี้ยังช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกไป ยังเป็นการช่วยบำรุงความชุ่มชื่่นให้ใบหน้าคุณผู้หญิงดูสดใสเปล่งปลั่งด้วย

ลองนำไปใช้ดูได้ วิธีง่ายๆ แค่นี้หน้าก็สวยใส อมชมพูแล้ว

หน้าใสด้วยแอปเปิ้ล

- เมื่อรู้สึกตัวว่ามีผิวหน้าอ่อนโรยหน้าไม่ใสอยากให้กลับมาดูสดชื่นหน้า ใส ปิ๊งๆ ก็ให้นำเอาเนื้อแอปเปิ้ลสดๆบดหรือปั่นให้ละเอียดแล้วนำมานวดให้ทั่วใบหน้า และผิวหนังบริเวณลำคอ ทำเป็นประจำอาจจะอิาทิตย์ละ 2-3 ครั้งครั้งละ 15-20นาที หรือทำจนกว่ารู้สึกว่าผิวหน้าใสและสดชื่นขึ้น

- สำหรับสาวผู้ที่ไม่ได้มีปัญหาผิวแต่อย่างใดแต่อยากให้หน้าใสสด ชื่น ก็ให้นำแอปเปิ้ลมาปอกเปลือกก่อนจากนั้นก็นำมาบดแล้วปั่นให้ละเอียด แล้วนำมาผสมกับน้ำมันข้าวโพด หรือน้ำมันเมล็ดทานตะวัน ( หาซื้อทั่วไป) ประมาน 1 ช้อนชา ตามด้วยแป้งข้าวโพดอีก 1 ช้อนชา แล้วทาลงให้ทั่วใบหน้าเว้นขอบตา ทิ้งไว้ประมาน 15-20 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น เพียงแค่นี้ก็ได้บำรุงให้หน้าใส

- สำหรับสาวผู้มีผิวพรรณร่วงโรยตามกาลเวลาหรือก่อนเวลาอันควร แล้วอยากรีบบำรุงให้กลับมาเป็นสาวหน้าใสเหมือนเดิมก็ให้ พอกหน้าด้วยแอปเปิ้ล อบ หรือเอาแอปเปิ้ลไปต้มแล้วบดให้ละเอียดนำไปผสมกับน้ำมันมะกอกและน้ำผึ้งหนึ่ง ช้องชา เพื่อทำให้ผิวยึดหยุ่นและชะลอกระบวนการร่วงโรยของผิว

- สำหรับสาวเป็นสิวหรือมีรอยแผลเป็นจากสิวแล้วอยากกลับมาเป็นสาวหน้า ใสเหมือน เดิมก็ให้นำแอปเปิ้ลสีเขียวมาบดผสมกับน้ำผึ้งแท้ๆ ประมาน 1 ช้อนโต๊ะคนให้เข้ากันแล้วนำมาทาให้ทั่วใบหน้า อาจจะทาพอกเน้นบริเวณที่มีรอยแผลเป็น ทิ้งไว้ประมาน 15-20 นาทีแล้วล้างออก

หน้าขาวใส ด้วยธรรมชาติ สูตรการพอกหน้าแบบพิเศษ

สูตรการพอกหน้า แบบที่ 1 พอกหน้าด้วยมะเขือเทศ

วิธี การ : ฝานมะเขือเทศ 1 ชิ้นหนาๆ ถูให้ทั่วใบหน้าและลำคอเบาๆ ตรงบริเวณที่มีสิวเสี้ยน มะเขือเทศมี วิตามินซีและกรด AHA จะช่วยลอกผิวหน้าที่ตายแล้วให้หลุดออกได้ หลังจากนั้นจึงค่อยใช้สำลีชุบน้ำเย็น เช็ดมะเขือเทศออกให้สะอาด

สูตรการพอกหน้า แบบที่ 2 พอกหน้าด้วยน้ำมะนาวและน้ำผึ้ง
วิธี การ : ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ กับน้ำมะนาว 1 ช้อนชา คนให้เข้ากัน แล้วนำมาทาให้ทั่วทั้งใบหน้าและลำคอ ทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น

สูตรการพอกหน้า แบบที่ 3 พอกหน้าด้วยแอปเปิ้ล
วิธี การ : ปอกแอปเปิ้ล คว้านเอาไส้และเมล็ดออก บดให้ละเอียด ขณะที่บดให้ผสมน้ำผึ้งลงไปด้วย เมื่อบด จนเข้ากันดีแล้ว นำเอาส่วนผสมนี้มาพอกหน้าทิ้งไว้ 20 นาที แล้วใช้นมสดเย็นๆ ล้างออก

สูตรการพอกหน้า แบบที่ 4 พอกหน้าด้วยน้ำผึ้ง
วิธี การ : ล้างหน้าให้สะอาด เช็ดให้แห้งแล้วใช้ปลายนิ้วแตะน้ำผึ้งลูบไล้บนใบหน้าและลำคอเบาๆ สักครู่ แล้วนวดหน้าด้วยปลายนิ้วอย่างแผ่วเบาประมาณ 5 นาที จนน้ำผึ้งเหนียว นวดต่อไปไม่ได้แล้ว ก็ปล่อยทิ้ง ไว้ประมาณ 10-15 นาที ระหว่างนั้นให้นอนพัก ศีรษะอยู่ต่ำกว่าระดับปลายเท้า เพื่อให้เลือดไหลมาหล่อเลี้ยง ที่ใบหน้าและลำคอได้สะดวกยิ่งขึ้น เมื่อครบเวลาแล้วก็ค่อยๆ ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดน้ำผึ้งออก ให้สะอาด เป็นอันเสร็จพิธี

สูตรการพอกหน้า แบบที่ 5 พอกหน้าด้วยแตงโม
วิธี การ : ฝานแตงโมเป็นชิ้นบางๆ จากส่วนที่แดงที่สุด นำมาแปะให้ทั่วใบหน้า แล้วใช้ผ้าขาวบางคลุมหน้าไว้ ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น

สูตรการพอกหน้า แบบที่ 6 พอกหน้าด้วยนมเปรี้ยว
วิธี การ : สำหรับผู้ที่มีผิวหน้ามัน ล้างหน้าให้สะอาดก่อนจะเอานมเปรี้ยวที่แช่เย็นจัดพอกหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีหรือนานกว่านั้น แล้วใช้ผ้าขนหนูนุ่มๆ เช็ดออก ตำรานี้จะใช้ได้ผลดีมากในหน้าร้อน เพราะจะช่วยให้ ใบหน้าที่ซีดเซียวกลับเปล่งปลั่งขึ้นได้

สูตรการพอกหน้า แบบที่ 7 พอกหน้าด้วยไข่ขาว
วิธี การ : ตอกไข่ไก่ 1 ฟอง แยกไข่แดงออกเทเฉพาะไข่ขาวลงในถ้วย ใช้ส้อมตีไข่ขาวจนเป็นฟองพอสมควร แล้วใช้แปรงขนนุ่ม จุ่มไข่ขาวทาให้ทั่วใบหน้าและลำคอ ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จนไข่ขาวเริ่มจับตัวแข็ง แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น

มาส์คเพื่อหน้าเนียนใส
ส่วนผสม : แป้งถั่วเขียว 1 ช้อนโต๊ะ
ผงเปลือกส้ม 1/4 ช้อนชา
โยเกิร์ตตีให้ข้น 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา
ผสมทั้งหมดคนให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน นำมาพอกให้ทั่วหน้าและคอ ทิ้งไว้จนเริ่มรู้สึกแห้ง ค่อยใช้มือถูเบาๆไปเรื่อยๆจนมาส์คค่อยๆหลุดออก หลังจากนั้น ล้างด้วยน้ำอุ่นก่อน แล้วตามด้วยน้ำเย็น จะช่วยลดริ้วรอยด่างดำและช่วยให้ผิวเนียนนุ่มขึ้น

ฟื้นฟูผิวหมองคล้ำ
ส่วนผสม : แป้งถั่วเขียว 1 ช้อนชา
ผงขมิ้นนิดหนึ่ง
น้ำมะนาว 2 - 3 หยด
น้ำมันมะกอก 1/2 ช้อนชา
นม 1/2 ช้อนชา
ผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน นำมาพอกผิว ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง แล้วล้างออกด้วยน้ำธรรมดา


สูตรมาร์คสิวเสี้ยน

- ถั่วเขียวต้ม 2 ช้อนโต๊ะ
- สตรอเบอร์รี่ผลโต 2 ผล (ผลเล็ก 4 ผล)
- นมเปรี้ยว 1/2 ช้อนโต๊ะ

1. ต้มถั่วเขียวให้สุกกำลังดี แล้วตักใส่ถ้วยใบเล็กๆ ไว้
2. ใช้น้ำอุ่นๆ ล้างหน้าให้สะอาดด้วยสบู่หรือโฟมล้างหน้า เช็ดซับหน้าให้แห้งด้วยผ้าขนหนูนุ่มๆ ใช้หมวกคลุมผมสำหรับอาบน้ำคลุมศีรษะไว้ หรือใช้ที่คาดผมเพื่อเก็บเส้นผมไม่ให้หล่นปรกใบหน้า
3. ใช้ช้อน หรือส้อมบดๆ ยีๆ ถั่วเขียวต้มสุกและสตรอเบอร์รี่ให้ละเอียด นำทั้ง 2 มาผสมกัน ตีๆ ยีๆ ให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน เติมนมเปรี้ยวผสมลงไป 1 ช้อนชาครึ่ง หรือ 1/2 ช้อนโต๊ะ ถ้ามีเครื่องปั่นให้ปั่นถั่วเขียวต้ม และสตรอเบอร์รี่ และนมเปรี้ยวพร้อมๆ กัน แต่ไม่ต้องให้ละเอียดมากนัก
4. นำส่วนผสมที่ได้มา ทาให้ทั่ว ผิวหน้า เว้นรอบๆ ริมฝีปากและรอบดวงตาไว้ พอกทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที และล้างทำความสะอาดหน้าด้วยน้ำอุ่นๆ กับสบู่หรือโฟมล้างหน้า
TiPS
สูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวเสี้ยน กระ ฝ้า จุดด่างดำ ริ้วรอยต่างๆ ที่เป็นรอยยับย่น มาร์คสูตรนี้ช่วยให้ใบหน้าขาวนวล เกลี้ยงเกลา ใสสะอาดอย่างน่าอัศจรรย์ หมั่นทำเป็นประจำทุกๆ วัน

สูตรเพื่อผิวขาวกระจ่างใสขึ้น

- ผงขมิ้น + โยเกิร์ตรสธรรมชาติ

หลังจากถูสบู่ ให้นำผงขมิ้นที่ผสมกับโยเกิร์ตแล้ว มาทาให้ทั่วตัว ระหว่างทาก็นวดไปด้วย ค่อยๆ ทาวนเป็นวงกลมจนทั่ว ทิ้งไว้ 5-10 นาที จากนั้นใช้ใยบวบหรือที่ขัดตัว ผสมครีมอาบน้ำให้เกิดฟองนิดหน่อย แล้วเริ่มขัดทั้งตัวพร้อมกับผงขมิ้น&โยเกิร์ต ที่ยังไม่ได้ล้าง โดยขัดจากปลายเท้าขึ้นมาจนทั่วตัว > ล้างน้ำออก จากนั้นทาโลชั่นตามทันที ทำ 3 วัน/ครั้ง หรือสัปดาห์ละครั้ง ผิวจะค่อยๆใส และขาวขึ้นเจ้าค่ะ

สูตรเพื่อผิวขาวกระจ่างใส (ฉบับเจ้าสาว)
- มะขาม + ผงขมิ้น + นมสด + เกลือ
1. ผสมส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน ขัดเบาๆ ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออก
2. พอกด้วยส่วนผสมที่ 2 (ผงขมิ้น + นมสด + ทานาคาหรือดินสอพอง) ประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออก
ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งค่ะ ผิวจะสว่างใสและขาวขึ้นภายใน 1 เดือน
ข้อมูลจาก คุณอัญชัน เว็บไซต์นิตยสารหญิงไทย เมเม่จัง narak.com

วิธีการมาสก์หน้า 
ควรทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดหมดจดด้วยคลีนเซอร์ที่เหมาะกับผิ ว ก่อนที่จะพอกหน้าให้ทั่วใบหน้า โดยเว้นรอบ
ดวงตาและริมฝีปาก แล้วทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที ( ถ้าจะให้ผลดีอาจใช้ผ้าขนหนูชุบอุ่น ๆ นำมาวางบนหน้า ความร้อน
จากผ้าขนหนูจะช่วยให้ส่วนผสมในมาสก์ซึมซับสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น ) แล้วใช้สำลีชุบน้ำอุ่นเช็ดทำความสะอาด จากนั้น
จึงล้างหน้าด้วยน้ำเย็นอีกครั้ง ซึ่งจะช่วยกระชับรูขุมขนและทำให้ผิวสดชื่น เช็ดให้แห้งด้วยผ้านุ่ม ๆ และตามด้วย
ครีมบำรุงผิวค่ะ คราวนี้ผิวคุณก็นุ่มละมุนสดชื่น และสดใส ...ชัวร์

มาร์คพอกหน้าสูตรใบเตย 
นำใบเตย4-5 ใบมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆแล้วนำไปปั่นรวมกับไข่ไก่ 2ช้อนโต๊ะจะได้มาร์คพอกหน้าเป็นครีมข้นๆ หอมกลิ่นใบเตย พอกหน้าไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างหน้าตามปกติ

ถนอมผิวหน้าด้วยโยเกิร์ต 
ล้างหน้าให้สะอาด ซับเบาๆด้วยผ้าขนหนู แล้วใช้มือแตะโยเกิร์ต(ให้ใช้ชนิดที่ไม่ผสมเนื้อผลไม้) มาพอกให้ทั่วผิวหน้า เว้นรอบปากและดวงตา นวดและคลีงเบาๆ พอกไว้ประมาณ 20 นาที จึงล้างออก หมั่นทำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ผิวจะเปล่งปลั่งสดใสอมชมพูทีเดียวค่ะ

ครีมพอกหน้าสำหรับสาวผิวมันและผิวผสม 
ให้ใช้แตงกวา1 ผล ไขไก่ 1 ฟอง (ใช้เฉพาะไข่ขาว) และมะนาว 1 เสี้ยว หั่นแตงกวาเป็นแว่นบางๆ นำไปปั่นพร้อมกับไข่ขาวและบีบน้ำมะนาวลงไป ปั่นจนละเอียดเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน นำมาพอกให้ทั่วใบหน้า เว้นรอบปากและดวงตาไว้ ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วจึงล้างหน้าตามปกติ หมั่นทำบ่อยๆ ทุกสัปดาห์ จะช่วยลดความมันส่วนเกิน และยังช่วยสมานผิวหน้า กระชับรูขุมขน ช่วยให้ผิวหน้าเรียบเนียน เต่งตึง และนวลนุ่มชุมชื่น


ลบรอยกระด่างดำบนใบหน้าด้วยมะละกอสุก 
นำมะละกอสุกมายีให้ละเอียด พอกหน้า ทิ้งไว้ สัก 10 นาที แล้วจึงล้างออก จะช่วยให้ ใบหน้าที่มีรอยด่างดำดูดีขึ้น

สูตรรักษาฝ้า 
คั้นน้ำมะขามเปียก ให้ค่อนข้างใสสักหน่อย ตั้งไฟอ่อน รอจนสุก จึงใส่น้ำผึ้งลงไปคนให้เข้ากัน ขั้นตอนนี้ต้องทำพร้อมกัน คือมือหนึ่งเท อีกมือก็คนให้ทั่ว นำมาทาหน้า วันละ 1 ชั่วโมง ช่วยรักษาฝ้า และทำให้ผิวหน้านวลใสขึ้น

สูตรสาวหน้าใส 
ส่วนผสม น้ำผึ้ง น้ำมะนาว ผสมน้ำผึ้ง 1 ถ้วย น้ำมะนาว 1 ช้อนชา เข้าด้วยกัน นำมานวดให้ทั่วใบหน้า มะนาว จะช่วยขจัดเซลล์ผิว เหมือนครีมที่มีส่วนผสมAHA นั่นแหละ ส่วนน้ำผึ้ง ทำให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื่น นวดประมาณ 15 นาที

สูตรลดริ้วรอย 
เลือกใช้ผลไม้ที่หาง่าย จะเป็นแอปเปิ้ล กล้วยหอม แตงกวา หรือมะเขือเทศก็ได้ค่ะ ใช้ปริมาณ 1 ถ้วย นำมาปอกเปลือกและเอาเมล็ดออก นำไปปั่นให้เนื้อละเอียด นำเนื้อผลไม้ที่เตรียมไว้ มาพอกให้ทั่วหน้า ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออก และล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นอีกครั้ง จะทำให้ผิวหน้าเนียนนุ่ม เกลี้ยงเกลา แลดูสดใส

สูตรกระชับรูขุมขน 
กล้วยหอม แตงกวา มะเขือเทศ (เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง) ปอกเปลือก เอาเมล็ดออก แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เติมนมเปรี้ยวหรือน้ำผึ้งลงไป นำไปปั่นจนละเอียดเป็นเนื้อครีม นำมาพอกให้ทั่วใบหน้าและลำคอ ทิ้งไว้ ประมาณ 15 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น จะช่วยทำความสะอาดใบหน้า และช่วยกระชับรูขุมขน และบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น

เคลนเซอร์สำหรับทุกสภาพผิว 
โยเกิร์ต 1/2 ถ้วยน้ำมันดอกทานตะวัน 1 ช้อนโต๊ะน้ำมะนาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ (คั้นสด ๆ นะคะ)นำส่วนผสมทั้งหมด มาผสมให้เข้ากัน พอกให้ทั่วหน้าทุกเช้าและก่อนนอน แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาดจะช่วยทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างล้ ำลึก และบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอีกด้วย

 ผิวเรียบเนียนด้วยกาแฟบด 
ก็บรรดา ครีมขจัดเซลลูไลต์ ที่ราคาแสนแพงน่ะ มีคาเฟอีนอยู่ด้วย ซึ่งช่วยกระตุ้นการขจัดเซลล์ไขมันและยังขัดผิวให้เรียบเนียน แต่อาจจะดูยุ่งยากกว่าการใช้ครีมกระปุกอยู่บ้าง จึงควรทำในห้องน้ำ และก่อนที่จะลงมือขัดผิวด้วยกาแฟอย่าลืมปูพื้นห้องน้ำด้วยกระดา ษหนังสือพิมพ์ เพื่อป้องกันท่อน้ำตันค่ะสูตรนี้ใช้กับผิวกายนะคะ ห้ามใช้กับผิวหน้าค่ะและในระหว่างที่ขัดผิว หากมีนวดไปด้วย จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้ผิวพรรณสดใสขึ้นได้ค่ะ

พอกหน้าด้วยน้ำผึ้ง (จากสเปน) 
ล้างหน้าให้สะอาด เช็ดให้แห้งแล้วใช้ปลายนิ้วแตะน้ำผึ้งลูบไล้บนใบหน้าและลำคอเบา ๆสักครู่แล้วนวดหน้าด้วยปลายนิ้วอย่างแผ่วเบาสักประมาณ 5 นาทีจนน้ำผึ้งเหนียว นวดต่อไปไม่ได้แล้ว ก็ปล่อยทิ้งไว้ นอนพักให้ศีรษะอยู่ต่ำกว่าระดับปลายเท้า เพื่อให้เลือดไหลมาหล่อเลี้ยงที่ใบหน้าและลำคอได้สะดวกยิ่งขึ้น พักสักครู่แล้วค่อยๆใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดน้ำผึ้งออก

นำไข่ขาวมาตีให้ขึ้น แล้วเติมน้ำมะนาว และน้ำผึ้ง อย่างละ
1 ช้อนชา นำมาชโลมให้ทั่วใบหน้า แล้วใช้มือนวดเป็นวงกลมไปพร้อม ๆ กัน ทิ้งไว้ให้แห้ง แล้วจึงใช้ผ้านุ่ม ๆ ชุบน้ำเช็ดออก จะช่วยทำความสะอาดผิว และบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นในขณะเดียวกัน

นอกจากนำมาทาหรือพอกหน้า เพื่อให้ผิวสดใส เปล่งปลั่ง
กันแล้ว ในวันหยุด ลองดื่ม ชาผสมน้ำผี้ง จะช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น ทำให้ผิวสดใส มีเลือดฝาด แต่ไม่ควรเทน้ำเดือดจัดๆ ลงในน้ำผึ้งนะคะ เพราะอาจทำให้สารที่มีประโยชน์ในน้ำผึ้ง สลายตัวได้ค่ะ

พอกหน้าด้วยแอ๊ปเปิ้ล (จากเบลเยี่ยม) 
ปอกแอ๊ปเปิ้ล คว้านเอาไส้และเมล็ดออก แล้วบดให้ละเอียดขณะที่บดให้ผสมน้ำผึ้งลงไปด้วย เมื่อบดจน
เข้ากันดีแล้ว นำเอาส่วนผสมนี้มาพอกหน้าทิ้งไว้ 20 นาที แล้วใช้นมสดเย็นๆล้างออก

พอกหน้าด้วยแตงโม (จากตุรกี) 
ฝานแตงโมเป็นชิ้นบางๆจากส่วนที่แดงที่สุด นำมาแปะให้ทั่วใบหน้า แล้วใช้ผ้าขาวบางคลุมหน้าไว้ นอนพักสักครู่ ประมาณ ครึ่งชั่วโมง แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น

พอกหน้าด้วยไข่ขาว (จากสวิตเซอร์แลนด์) 
ต่อยไข่ไก่ 1 ฟอง แยกไข่แดงออก เทเฉพาะไข่ขาวลงในถ้วย ใช้ส้อมตีไข่ขาวจนเป็นฟองพอสมควร แล้วใช้แปรงนุ่มๆจุ่มไข่ขาวทาให้ทั่วใบหน้าและลำคอ ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จนไข่ขาวเริ่มจับตัวแข็ง แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น

พอกหน้าด้วยน้ำมะนาวและน้ำผึ้ง (จากฝรั่งเศส) 
ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ กับน้ำมะนาว 1 ช้อนชา คนให้เข้ากัน แล้วนำมาทาให้ทั่วทั้งใบหน้าและลำคอ ทิ้งไว้อย่างน้อย ครึ่งชั่วโมง หรือมากกว่า แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น

พอกหน้าด้วยมะเขือเทศ (จากญี่ปุ่น) 
ฝานมะเขือเทศ 1 ชิ้นหนาๆ ถูให้ทั่วใบหน้าและลำคอเบาๆตรงบริเวณที่มีสิวเสี้ยน มะเขือเทศมีวิตามินซีและกรดAHA จะช่วยลอกผิวหนังที่ตายแล้วให้หลุดออกได ้หลังจากนั้นจึงค่อยใช้สำลีชุบน้ำเย็นเช็ดมะเขือเทศออก

พอกหน้าด้วยนมเปรี้ยว (จากรัสเซีย) 
สำหรับผู้ที่มีผิวหน้ามัน ให้ล้างหน้าให้สะอาดก่อนจะเอานมเปรี้ยวที่แช่เย็นจัดพอกหน้า ทิ้งไว้ 20 นาทีหรือนานกว่านั้นแล้วใช้ผ้าขนหนูนุ่มๆเช็ดออก ตำรับนี้จะใช้ได้ผลดีมากในหน้าร้อน จะช่วยให้ใบหน้าที่ซีดเซียวกลับเปล่งปลั่งขึ้นได้

การเลือกมาสก์พอกหน้าให้เหมาะกับผิวมัน คุณสามารถใช้มาสก์ได้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง มาสก์ที่เหมาะ
กับคนผิวมัน ควรมีคุณสมบัติช่วยดูดซับความมัน สามารถขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันในรูขุมขนได้ พร้อมกับช่วยกระชับรูขุมขน

ผิวแห้ง ควรมาสก์หน้าสัปดาห์ละครั้งก็พอค่ะ มาสก์ที่เหมาะกับคนผิวแห้ง ควรมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว

มอยเจอร์ไรเซอร์จากกล้วย 
นำกล้วยบด 1 ผล ผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อน ยีให้เข้ากัน นำมาพอกให้ทั่ว ใบหน้า ทิ้งไว้ 15 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น
จะทำให้ผิวหน้า ชุ่มชื้นขึ้น สูตรนี้เหมาะกับผิวแห้งค่ะ

เคลนเซอร์น้ำผึ้ง 
ผสมน้ำผึ้ง 2 ช้อนโตีะ กับจมูกข้าวสาลี 2 ช้อนชา คนให้เข้ากัน นำมาทาให้ทั่วใบหน้า ใช้ปลายนิ้วขัดเบา ๆ เพื่อกระตุ้น
การไหลเวียนของเลือด และขจัดเซลล์เก่าให้หลุดลอกออกมา ซึ่งน้ำผึ้งจะช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้น และยังช่วยลดริ้วรอย
และจุดด่างดำ

เคลนเซอร์จากโยเกิร์ต 
ใช้โยเกิร์ตรสธรรมชาติ กับเกลือป่น 2 ช้อนชา นำมาขัดเบา ๆ บริเวณผิวหน้า จะช่วยลดความมันและขจัดเซลล์เก่าให้
หลุดลอกออกมา สูตรนี้เหมาะสำหรับผิวผสมและผิวมัน

มาสค์พอกหน้าจากมะละกอ 
นำมะละกอมาปั่นให้ละเอียด นำพอกให้ทั่วผิวหน้า ในมะละกอจะมีเอนไซม์ที่ช่วยขจัดเซลล์ที่ตายแล้วให้หมดได้ จึงทำให้ผิวหน้า สดใส เปล่งปลั่ง

มาร์คพอกหน้าจากกล้วยผสมน้ำมันมะกอก 
กล้วยสุกยีให้ละเอียด เติมน้ำมันมะกอกลงไปเล็กน้อย เพื่อให้เนื้อครีมข้น นำมาพอกให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้ว
ล้างออก จะช่วยบำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื้นขึ้น เหมาะกับผิวแห้ง

มาร์คพอกหน้าสูตรไข่ผสมข้าวโอ๊ต
ไข่ขาว 1 ฟอง ผสมกับ ข้าวโอ๊ต 1 ช้อนชา คลุกเคล้าให้เข้ากัน นำมาพอกให้ทั่วผิวหน้า ทิ้งไว้ 15-20 นาที สูตรนี้เหมาะกับ
ผิวมันค่ะ เพราะจะช่วยขจัดสิ่งสกปรกจากใบหน้า และช่วยปรัปผิวให้สมดุลมากขึ้น

มาร์คพอกหน้าจากแตงกวา (เหมาะสำหรับผิวมันและผิวผสม) 
ให้ใช้แตงกวา1 ผล ไขไก่ 1 ฟอง (ใช้เฉพาะไข่ขาว) และมะนาว 1 เสี้ยว หั่นแตงกวาเป็นแว่นบางๆ นำไปปั่นพร้อมกับไข่ขาวและบีบน้ำมะนาวลงไป ปั่นจนละเอียดเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน นำมาพอก ให้ทั่วใบหน้า เว้นรอบปากและดวงตาไว้ ทิ้งไว้
ประมาณ 20 นาที แล้วจึงล้างหน้าตามปกติ หมั่นทำบ่อยๆ ทุกสัปดาห์ จะช่วยลดความมันส่วนเกิน และยังช่วยสมานผิวหน้า
กระชับรูขุมขน ช่วยให้ผิวหน้าเรียบเนียน เต่งตึง และนวลนุ่มชุ่มชื่น เหมาะสำหรับผิวมันและผิวผสม

วิธีกำจัดกลิ่นฉี่สุนัข

เคยมีคนถามเรื่องทำยังไงถึงจะถูกลิ่นฉี่น้องหมาออกให้ เกลี้ยงๆ ถูล้างยังไงก็ไม่เกลี้ยงน้องหมายังกลับมาฉี่ซ้ำที่เดิมอีก ทั้งๆที่ถูด้วยน้ำยาถูพื้นหลายๆครั้ง   


                                                    วิธีกำจัดกลิ่นฉี่หมา
      เคย มีคนถามเรื่องทำยังไงถึงจะถูกลิ่นฉี่น้องหมาออกให้เกลี้ยงๆ ถูล้างยังไงก็ไม่เกลี้ยงน้องหมายังกลับมาฉี่ซ้ำที่เดิมอีก ทั้งๆที่ถูด้วยน้ำยาถูพื้นหลายๆครั้ง
      
เลยเอาเคล็บลับมาฝากกันค่ะ หลายๆคนอาจจะทราบแล้วนะครับ คือให้ใช้น้ำส้มสายชูสีขาว(white vinegar)ผสมน้ำถูพื้น น้ำ 1 ถัง ให้ผสมน้ำส้มสายชูซัก 5-6 ฝา ถูบ้านตามปกติ
      
ถ้าเป็นรอยที่เหม็นมากๆ เค้ามาฉี่บ่อยๆ ก็ใช้ส่วนผสมครึ่งต่อครึ่ง หรือผสมเบกกิ้งโซดาเข้าไปด้วย จะกำจัดกลิ่นได้ดี
      ห้าม ใช้น้ำยาถูพื้นที่มีขายตามท้องตลาดนะครับ เพราะว่าน้ำยาถูพื้นพวกนั้นโดยมากจะมีแอมโมเนียผสมอยู่ แล้วฉี่หมาแมวก็จะมีสารคล้ายแเอมโมเนียเหมือนกัน พอเอามาถู ก็เลยไปกันใหญ่ ถึงเราจะไม่ได้กลิ่นแต่ว่ากลิ่นของแอมโมเนียจะดึงดูดน้องหมาให้กลับมาฉี่ที่ เดิมค่ครับ นั่นคือสาเหตุที่ทำยังไงๆน้องหมาก็มาฉี่ที่เดิมอยู่ดี
                                        
สิ่งที่หาง่ายๆในบ้าน ที่ใช้กำจัดกลิ่นฉี่น้องหมานะครับ เช่น
          -น้ำ+น้ำส้มสายชู
          -น้ำ+น้ำส้มสายชู+เบกกิ้งโซดา
          -น้ำ+น้ำส้มสายชู+น้ำยาล้างจาน
          -น้ำ+น้ำส้มสายชู+น้ำยาบ้วนปาก (พวกลิสเตอร์รีน ฯลฯ)
                                                            ง่ายๆใช่มั้ยครับ
                                                  
                                     
                                                  ขนแดงชื่อหมูหยอง   ขนดำชื่อหมูปิ้ง
อย่าง อื่นนอกเหนือจากนี้และenzyme cleanerแล้ว ก็ไม่แนะนำให้ใช้ค่รับ เพราะไม่รู้ว่าสารตั้งตั้นในน้ำยาอื่นนั้นมีอะไรบ้าง บางทีมันไปผสมกับฉี่หมา ทำให้ไปกันใหญ่ เหม็นกว่าเดิมอีก
ที่บ้านเรา บอกลาน้ำยาถูพื้นไปเลย เพราะยิ่งถูยิ่งเหม็น ตั้งแต่มาใช้น้ำส้มสายชูนี่บ้านไม่มีกลิ่นหมาเลย บางคนมาบ้านบอกว่า ถ้าไม่บอก ไม่รู้ว่ามีหมา เพราะกลิ่นไม่มี
ส่วนพรมที่หมาแมวฉี่ เวลาเอาไปซักให้แช่น้ำส้มสายชู+เบกกิ้งโซดาก่อน กลิ่น+รอย จะหายไปครับ (เบกกิ้งโซดาจะช่วยได้ดีมากๆในเรื่อยกำจัดรอย)
ลองดูนะครับ
                                                      
  กิจกรรมเสนอแนะ1.ควรใช้วัสดุสารเคมีตัวที่หาได้ง่ายและราคาถูกๆครับ
2.ทำแล้วกรุณาเก็บไว้ให้พ้นมือเด็ก
 การบูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆ

 กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ และ กลุ่มสาระคณิตศาสตร์
 อ้างอิงที่มาของข้อมูลhttp://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=shosita&month=03-2007&date=30&group=13&gblog=17