ตารางการฝึกซ้อมวิ่งมาราธอน
สำหรับผู้จนเวลา
( โดย Jeff Galloway, Runner's world, August 1990 )
| สัปดาห์ | อังคาร | พฤหัสบดี | อาทิตย์ |
| 1 | 30 นาที | 30 นาที | 19 - 22 กม. |
| 2 | 30 นาที | 30 นาที | 13 กม. |
| 3 | 30 นาที | 30 นาที | 24 - 27 กม. |
| 4 | 30 นาที | 30 นาที | 13 กม. |
| 5 | 30 นาที | 30 นาที | 29 - 32 กม. |
| 6 | 30 นาที | 30 นาที | 13 กม. |
| 7 | 30 นาที | 30 นาที | 34 - 37 กม. |
| 8 | 30 นาที | 30 นาที | 16 กม. |
| 9 | 30 นาที | 30 นาที | 38 - 42 กม. |
| 10 | 30 นาที | 30 นาที | 19 กม. |
| 11 | 30 นาที | 30 นาที | 19 กม. |
| 12 | 30 นาที | 30 นาที | มาราธอน |
ฉะนั้น ผู้เขียนจึงดีใจมากที่เห็นตารางฝึกซ้อมมาราธอน ในหนังสือรันเนอร์ เวิร์ลด์ ซึ่งบอกวิธีการฝึกที่ช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่กล่าวมาได้ทั้งหมด
ตารางฝึกอันนี้บอกให้วิ่งสัปดาห์ละ 3 วัน ( อย่าเพิ่งหัวเราะ
แต่ตารางอันนี้ ชื่อคนคิดตารางนี้ ก็น่าเชื่อถืออยู่ นายเจฟฟ์ กัลโลเวย์ แกเป็นนักวิ่งโอลิมปิค 10,000 เมตร ตัวแทนทีมชาติอเมริกา และเปิดแคมป์ฝึกวิ่งอยู่ที่เมือง เลคตาโฮ แกใช้ตารางนี้กับลูกศิษย์ที่มาฝึกกับแกร่วมสิบปีแล้ว ฝึกให้คนวิ่งมาราธอนสำเร็จนับพันคน ฉะนั้นถ้าเราจะลองดูกับตัวเองบ้าง ก็ไม่น่าเป็นเรื่องเสียหาย
เสน่ห์ของโปรแกรมฝึกอันนี้อยู่ที่
ความเป็นไปได้ของการวิ่งมาราะอนสำเร็จโดยการฝึกตามโปรแกรมนี้ มีมากน้อยแค่ไหน ส่วนตัวผู้เขียนเอง คิดว่าน่าจะเป็นไปได้สูง เพราะผู้เขียนมีความรู้สึกมานานแล้วว่าการซ้อมมาราธอน ตัวที่สำคัญที่สุดคือวันวิ่งยาวเท่านั้น วันวิ่งอื่น ๆ เป็นเพียงตัวประกอบโปรแกรมนี้ออกมาจึงถูกใจผู้เขียนเจ๋งเป้ง
แต่แน่นอน การฝึกตามโปรแกรมนี้ไม่ใช่เพื่อทำเวลาให้ดีที่สุด ( สำหรับตัวเอง ) นายเจฟฟ์ก็กล่าวเตือนไว้เช่นนั้น แต่สำหรับคนที่อยากลงวิ่งมาราธอนให้ถึงในสภาพเรียบร้อยพอสมควร ( คืออาจมี " ชนกำแพง " บ้าง แต่ก็ไม่หนักนัก ) และขัดสนในเรื่องเวลา ผู้เขียนบอกได้ว่า ตารางการฝึกซ้อมอันนี้ น่าสนใจ เป็นอย่างยิ่ง
ก็ลองดูกัน แล้วกระซิบบอกผลให้ฟังบ้าง
หมายเหตุ.-
จนถึงระยะทางมาราธอน ( 42 กิโลเมตร ) ส่วนวันอาทิตย์ที่วิ่ง " ยาวน้อย " จะลงแข่งขันบ้างก็ได้
นอกจากนี้ในช่วงวิ่งยาว ไม่ควรวิ่งม้วนเดียวจบแต่สลับกับการเดิน เช่นวิ่งสัก 10-15 นาที สลับกับการเดินช่วงสั้น ๆ 15-30 วินาที เพื่อผ่อนคลายและพักกล้ามเนื้อช่วงพักนี้ควรกินน้ำไปด้วย
( จากนิตยสารเพื่อชีวิตที่ดีกว่า โดย..นพ.กฤษฎา บานชื่น )
